Home / 2019 / May / 21

Daily Archives: May 21, 2019

Invivoscribe กำลังขยายพื้นที่เครือข่ายห้องปฏิบัติการทางคลินิกและขีดความสามารถทางการทดสอบ ใน ซานดิเอโก เยอรมนี ญี่ปุ่น และจีน โดยการเสนอการทดสอบที่ทำให้เป็นมาตรฐานที่ครอบคลุม สำหรับกลุ่มโรคเลือดที่เป็นมะเร็งทั้งหมด

ซานดิเอโก, May 21, 2019 (GLOBE NEWSWIRE) — Invivoscribe, Inc., บริษัทระดับโลกที่บูรณาการเฉพาะที่มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงชีวิตด้วย Precision Diagnostics® วันนี้ประกาศการขยายตัวของพื้นที่และขีดความสามารถทางการทดสอบในเครือข่ายระหว่างประเทศที่ได้รับการรับรองของ พวกเขา LabPMM® clinical laboratories ส่วนเพิ่มเติมในเมนูทดสอบจะรวมถึงสัณฐานวิทยา, IHC, โฟลไซโตมิเตอร์, และการทดสอบโดย วิธีการตรวจวัดจำนวนเซลล์มะเร็งที่หลงเหลือจากตัวอย่างเลือดหรือปัสสาวะที่ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการแรก (MRD) ที่ใช้การทดสอบการไหลในหลาย พารามิเตอร์แบบล่าสุด (MPF) และ NGS บริการใหม่เหล่านี้จะช่วยหนุนให้การวินิจฉัยผู้ป่วย การลงทะเบียนอาสาสมัครในการศึกษาวิจัย และการจัดกลุ่ม อาสาสมัคร ทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีก บริการใหม่เหล่านี้จะพร้อมภายในสิ้นปีนี้ในซานดิเอโก ตามด้วยห้องปฏิบัติการในญี่ปุ่น เยอรมนี และจีน

“เมนูทดสอบที่ครอบคลุมของเราจะขจัดความจำเป็นให้พันธมิตรตัวอย่างเลือดหรือปัสสาวะที่ทดสอบโดยห้องปฏิบัติการแรก โดยการลดเวลาตอบสนอง อย่างมากและการเร่งให้การรับรายงานการทดสอบที่ครอบคลุมเร็วขึ้น สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพันธมิตรที่ดำเนินการวิจัยทางคลินิกระหว่าง ประเทศ เนื่องจากการลงทะเบียนในการให้การรักษาครั้งแรกมักจะต้องมีการทดสอบและการรายงานที่ทันเวลาซึ่งอาจล่าช้าได้เมื่อใช้ผู้ขายหลายราย” ดร. Jeffrey Miller ซึ่งเป็นประธานการรักษาความปลอดภัยและประธานบริหารได้กล่าวไว้

“การสร้างผลการทดสอบอย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มอัตราการลงทะเบียนซึ่งมักเป็นอุปสรรคสำคัญในการวิจัยทางคลินิก การสร้างผลการทดสอบที่ได้มาตรฐาน สากลช่วยลดความเสี่ยง โดยสร้างความมั่นใจว่ากลุ่มการรักษามีความสม่ำเสมอและกลุ่มมีความสมดุลอย่างเหมาะสม ตัวแปรที่ลดลงจะลดระยะเวลา สำหรับการส่งตามข้อบังคับและเร่งการอนุมัติการรักษาใหม่ ๆ ผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาใหม่ ๆ จะเป็นผู้ที่ได้ชัยชนะใหญ่ในที่สุด” เขากล่าว

“นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลและพันธมิตรของเรากำลังขอให้รวมการทดสอบ MRD ที่ใช้ MPF และ NGSการเปรียบเทียบผลลัพธ์การทดสอบ MRD NGS เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการทดสอบนั้นเกิดขึ้นกับชิ้นงานเดียวกันภายในเวลาเดียวกันโดยใช้การทดสอบมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว การเปรียบเทียบผลลัพธ์การทดสอบ MRD สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อทำการทดสอบแล้วเกิดขึ้นกับชิ้นงานมากขึ้นโดยใช้การทดสอบมาตรฐานที่ผ่าน การตรวจสอบแล้ว”

LabPMM laboratories ที่ Invivoscribe เป็นเจ้าของทั้งหมด ได้รับการรับรองตามข้อกำหนดของภูมิภาค (เช่น CAP, ใบอนุญาตของรัฐนิวยอร์ก, ISO 15189, RiliBÄK, เมืองคาวาซากิ เป็นต้น) และเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงทางคลินิกเพียงแห่งเดียวที่เสนอการทดสอบด้วยซอฟต์แวร์ชีวสารสนเทศศาสตร์ที่พัฒนา และผลิตโดย Invivoscribe ในสถานดำเนินการ cGMP ที่จดทะเบียนโดย FDA

Invivoscribe ได้ซื้อพื้นที่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องสำหรับห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองในซานดิเอโก ญี่ปุ่น เยอรมนี และจีน  มากกว่า 95% ของตัวอย่าง ผู้ป่วยทดสอบโดยใช้  LeukoStrat® CDx FLT3Mutation Assay ของตนที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยา และการเลือกการทดสอบหลอดเลือด ฝอยแบบใช้ PCR ที่ผ่านการตรวจสอบโดย CLIA อื่น ๆ รายงานผลภายใน 48 ชั่วโมงของการรับตัวอย่างที่ห้องปฏิบัติการ LabPMM ใด ๆ การทดสอบ MRD ที่ใช้ NGS เป็นจำนวนมาก เช่น การทดสอบ LymphoTrack® ของตน สามารถบรรลุขีดจำกัดของการตรวจจับ 10-6 สำหรับการตรวจจับที่ต้องการระดับความ ไวดังกล่าว

เกี่ยวกับ Invivoscribe
Invivoscribe เป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพเอกชน ตอนนี้ในปีที่ยี่สิบห้าของการดำเนินงาน Invivoscribe ได้ปรับปรุงคุณภาพของการดูแลสุขภาพทั่วโลก ด้วยการให้คุณภาพสูง, สารที่ใช้เป็นตัวกระทำปฏิกิริยาที่ทำให้เป็นมาตรฐาน, การทดสอบ, และเครื่องมือสำหรับชีวสารสนเทศศาสตร์เพื่อความก้าวหน้า ด้านการรักษามะเร็งโดยเน้นไปที่ยีนที่มีความผิดปกติ Invivoscribe มีประวัติที่ประสบความสำเร็จของความร่วมมือกับบริษัทเวชภัณฑ์ระดับโลกที่สนใจ ในการทดสอบวินิจฉัยที่ใช้เป็นเพื่อนร่วมกับยารักษาโรคเพื่อตรวจสอบการบังคับใช้กับบุคคลที่เฉพาะเจาะจงที่กำลังพัฒนาและทำให้เป็นธุรกิจ และให้ ความเชี่ยวชาญทั้งในการบริการตามข้อบังคับและการบริการทางห้องปฏิบัติการ ให้ชุดแจกจ่ายได้ ตลอดจนบริการการวิจัยทางคลินิกผ่านบริษัทในเครือ ห้องปฏิบัติการทางคลินิกที่ตั้งอยู่ทั่วโลก (LabPMM), Invivoscribe เป็นพันธมิตรในอุดมคติจากการพัฒนาการวินิจฉัย, ผ่านการวิจัยทางคลินิก, การส่ง ตามข้อบังคับ และการทำให้เป็นธุรกิจ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ Invivoscribe ที่ support@invivoscribe.com หรือเยี่ยมชม www.invivoscribe.com

Invivoscribe Expanding Clinical Laboratory Network Space and Testing Capabilities in San Diego, Germany, Japan, and China. Offering Comprehensive Standardized Testing for All Hematologic Malignancies

SAN DIEGO, May 21, 2019 (GLOBE NEWSWIRE) — Invivoscribe, Inc., a vertically integrated global company focused on Improving Lives with Precision Diagnostics®, today announces expansion of space and testing capabilities in their international network of accredited LabPMM® clinical laboratories. Additions to the test menu will include morphology, IHC, flow cytometry, as well as the latest multiparameter flow- (MPF), and NGS-based minimal residual disease (MRD) testing of primary specimens. These new services will further support rapid patient diagnosis, study subject enrollment, and study subject stratifications. They will be available by end of this year in San Diego followed by the laboratories in Japan, Germany and China.

“Our comprehensive test menu will eliminate the need for partners to split primary specimens, dramatically decreasing turnaround times and accelerating receipt of comprehensive test reports. This is especially important for partners performing international clinical trials, as enrollment in frontline therapies often requires timely testing and reporting, which can be delayed when using multiple vendors,” said Dr. Jeffrey Miller, CSO & CEO.

“Rapid generation of test results improves enrollment rates, often an important barrier in completing clinical trials.  Generation of internationally standardized test results mitigates risk by ensuring cohorts are homogeneous and arms are properly balanced. Reducing variables collapses timelines for regulatory submissions and accelerates approvals of novel new therapies. Patients in critical need of new therapies will ultimately be the big winners here,” he added.

“In addition, regulatory agencies and our partners are requesting a combination of MPF and NGS-based MRD testing; coherent comparison of these MRD test results can only happen if testing is done intramurally on the same specimens, drawn at the same time, using well validated standardized tests. Our tests and associated software are developed under design controls to meet relevant international regulatory requirements.”

Invivoscribe’s wholly-owned LabPMM laboratories are accredited per regional requirements (e.g. CAP, New York State-license, ISO 15189, RiliBÄK, Kawasaki City, etc.) and are the only clinical reference laboratories offering tests with bioinformatics software developed and manufactured by Invivoscribe in its FDA-registered cGMP facility.

Invivoscribe has acquired additional contiguous space for its accredited laboratories in San Diego, Japan, Germany, and China.  Greater than 95% of patient samples tested using their FDA-approved LeukoStrat® CDx FLT3 Mutation Assay and selection of other CLIA-validated PCR-based capillary assays report out results within 48 hours of sample receipt at any of their LabPMM laboratories. A number of their NGS-based MRD assays, such as their LymphoTrack® assays, can achieve limits of detection of 10-6 for those requiring that level of sensitivity.

About Invivoscribe
Invivoscribe is a privately held biotechnology company. Now in its twenty-fifth year of operation, Invivoscribe has improved the quality of healthcare worldwide by providing high quality, standardized reagents, tests, and bioinformatics tools to advance the field of precision medicine. Invivoscribe has a successful track record of partnerships with global pharmaceutical companies interested in developing and commercializing companion diagnostics, and provides expertise in both regulatory and laboratory services. Providing distributable kits, as well as clinical trial services through its globally located clinical lab subsidiaries (LabPMM), Invivoscribe is an ideal partner from diagnostic development, through clinical trials, regulatory submissions, and commercialization.

For additional information please contact Invivoscribe at support@invivoscribe.com or visit www.invivoscribe.com.

Cloudian Names Former Hortonworks Executive Brian Burns as Vice President, Asia Pacific

Appointment Reflects Company’s Focus on Bringing Benefits of Limitlessly Scalable Object Storage to Broader Range of APAC Customers

SAN MATEO, Calif., May 20, 2019 (GLOBE NEWSWIRE) — Cloudian®, the most widely deployed independent provider of object storage systems, today announced that Brian Burns has joined the company as vice president, Asia Pacific. Based in Tokyo, Burns brings more than 20 years of executive experience in leading APAC sales, market entry and strategic relationships for high-growth North American technology companies. In this new role, he is responsible for further expanding Cloudian’s presence in the region, helping customers overcome the challenges of managing and protecting ever-growing data volumes on-premises and across hybrid cloud and multi-cloud environments.

Deep APAC Business Scaling Experience
Fluent in Chinese and Japanese, Burns most recently served as general manager, North Asia for HashiCorp and as regional vice president, North Asia for Hortonworks before that. At both HashiCorp and Hortonworks, he built businesses from the ground up, including sales, support, and channel programs in Japan, China, Korea and Singapore. Earlier in his career, Burns worked for Microsoft and Apple in Asia. In addition to his industry experience, Burns is an adjunct professor of data analytics at New York University.

“Business in APAC is uniquely challenging due to the multitude of cultures, languages, solution ecosystems and customer expectations,” said Michael Tso, CEO of Cloudian. “Brian’s deep APAC experience and history of success will drive our growth beyond the U.S. and Europe and extend the benefits of Cloudian’s limitless scalability, industry-best S3 compatibility and seamless on-prem and multi-cloud integration to more users.”

Building on Cloudian’s APAC Roots
Since 2011 when Cloudian was co-founded by Japanese mobile internet pioneer Hiroshi Ohta, the company has had strong ties to Asia. Innovation Network Corporation of Japan (INCJ) was an early investor, and some of Asia’s largest companies backed Cloudian’s $94 million Series E financing last August. The Asian backers in Series E included new investors NTT DOCOMO Ventures, Japan Post Investment and Digital Garage, as well as existing investors INCJ and Lenovo.

Now spanning industries such as financial services, telecommunications, healthcare, manufacturing, government, and media and entertainment, Cloudian’s customer base in the region includes NTT (Cloudian’s very first customer), Continental Automotive of Singapore, one of the fastest growing TV stations in Southeast Asia and a national health agency.

“Nearly eight years ago, Cloudian predicted that the S3 API would become the industry standard and made the strategic decision to build the world’s first and best native S3-compatible on-premise object storage product,” said Burns. “That vision has paid off, as Cloudian Hyperstore® is now the most widely deployed independent object storage worldwide. I’m excited to introduce APAC customers to this remarkable company with visionary management, superb technical talent and an extraordinary corporate culture.”

About Cloudian
Cloudian is the most widely deployed independent provider of object storage systems, with the industry’s most advanced S3 compatibility and an extensive partnership ecosystem. Its award-winning flagship solution, HyperStore, provides limitless scalability and cloud-like technology, flexibility and economics in the data center. Cloudian’s global data fabric architecture enables enterprises to store, find and protect object and file data seamlessly across sites, both on-premises and in public clouds, within a single, unified platform. Learn more at www.cloudian.com.

Media Contact
Jordan Tewell
10Fold Communications
cloudian@10fold.com
+1 415-666-6066

Tealive makes its debut in UK

KUALA LUMPUR, Malaysia-based premium quick service food and beverage specialist, Loob Holding Sdn Bhd has made its debut in the United Kingdom via its flagship Tealive which opened its first outlet in Manchester on May 17.

In a statement, Loob Holding founder and chief executive officer (CEO) Brian Loo said the venture was in partnership with Legend Ventures Ltd.

“This may seem a small step for some but it is a giant leap for us in mindset as a Malaysian brand breaking into Europe,” he said, adding that the opening of the outlet was a long-awaited achievement that the company had worked towards since the birth of Tealive more than two years ago.

Meanwhile, Legend Ventures CEO Samuel Chin said the company was planning a second store in London and was expected to open a total of five outlets in the first year of operations.

The headquarters in London will be the hub of its business dealings in the region.

We look forward to being a good springboard for Tealive into Europe with our business presence and understanding of the western market, he said.

To-date, Tealive has over 270 outlets in Malaysia, China, Vietnam, Australia and the UK, catering to three million customers each month.

Tealive’s brand mission is to be a global lifestyle tea brand with 1,000 stores in the next two to three years across 15 countries in four continents.

Source: BERNAMA (News Agency)

Sabah needs to boost position in palm oil industry via governance, good practices

KOTA KINABALU, Sabah needs to strengthen its position in the palm oil industry by competing on the basis of governance and good agriculture practices to remain competitive, Chief Minister Datuk Seri Mohd Shafie Apdal said.

He said a vibrant and progressive palm oil industry is essential for Sabah and its people as it gears towards a high-income economy, hence, local industry players need to be creative, innovative and better than others to maintain its positions both nationally and globally.

The palm oil industry is a key economic sector for Sabah, as for many years we have the distinction of being the largest crude palm oil (CPO) producer in Malaysia. Its also a key source Sabah’s revenue and important source of livelihood for our smallholders.

The challenges for the local palm oil industry are many and varied, and there are no easy solutions, but as a government, we will continue to strive to put in a place a facilitative environment for the industry to thrive and move forward, he said when launching the Palm Oil Industry Cluster (POIC) Lahad Datu Bulking Terminal here today.

At the event, Shafie also announced POIC Lahad Datu as a Tender Port and Delivery Point for CPO and Refined Bleached Deodoriced (RBD) Palm Olien Futures.

He said the new development on POIC Lahad Datu was specifically an important part of Sabah government’s continuing efforts to strengthen and broaden the business horizon of the palm oil industry in the state.

It was also an acknowledgment of Sabah’s vital role in the national palm oil industry, as well as a clear recognition of the global reach of the palm oil industry as a whole, he added.

Thus, Mohd Shafie said the designation of POIC Lahad Datu as Asia Pacific Exchange Pte Ltd (APEX) Third Tender Port for CPO and RBD Palm Olien Futures Contract in Malaysia is timely and encouraging.

He said the status not only means a recognition of additional port and bulking facilities in Lahad Datu, but also direct benefits to palm oil sellers and buyers, as well as lifting the east coast town’s profile in the global edible oil map.

APEX is a Singapore-based commodities exchange. It will trade in CPO and RBD Palm Olien Futures delivered through the storage facilities at POIC Lahad Datu.

Mohd Shafie said one of the immediate benefits to Sabah would be in the reduction of the so-called ‘Sabah discount’ on Sabah CPO by APEX from US$20-US$30 to US$10.

The chief minister also predicted a wider role for Sabah in the palm oil sector due to its proximity to China and India, Malaysia’s two palm oil importing countries.

At the event, Mohd Shafie also witnessed the signing of service agreement between Sabah POIC chief executive officer (CEO) Datuk Dr Pang Teck Wei and APEX founder cum CEO Eugene Zhu.

Source: BERNAMA (News Agency)

Sabah needs to boost position in palm oil industry via governance, good practices

KOTA KINABALU, Sabah needs to strengthen its position in the palm oil industry by competing on the basis of governance and good agriculture practices to remain competitive, Chief Minister Datuk Seri Mohd Shafie Apdal said.

He said a vibrant and progressive palm oil industry is essential for Sabah and its people as it gears towards a high-income economy, hence, local industry players need to be creative, innovative and better than others to maintain its positions both nationally and globally.

The palm oil industry is a key economic sector for Sabah, as for many years we have the distinction of being the largest crude palm oil (CPO) producer in Malaysia. Its also a key source Sabah’s revenue and important source of livelihood for our smallholders.

The challenges for the local palm oil industry are many and varied, and there are no easy solutions, but as a government, we will continue to strive to put in a place a facilitative environment for the industry to thrive and move forward, he said when launching the Palm Oil Industry Cluster (POIC) Lahad Datu Bulking Terminal here today.

At the event, Shafie also announced POIC Lahad Datu as a Tender Port and Delivery Point for CPO and Refined Bleached Deodoriced (RBD) Palm Olien Futures.

He said the new development on POIC Lahad Datu was specifically an important part of Sabah government’s continuing efforts to strengthen and broaden the business horizon of the palm oil industry in the state.

It was also an acknowledgment of Sabah’s vital role in the national palm oil industry, as well as a clear recognition of the global reach of the palm oil industry as a whole, he added.

Thus, Mohd Shafie said the designation of POIC Lahad Datu as Asia Pacific Exchange Pte Ltd (APEX) Third Tender Port for CPO and RBD Palm Olien Futures Contract in Malaysia is timely and encouraging.

He said the status not only means a recognition of additional port and bulking facilities in Lahad Datu, but also direct benefits to palm oil sellers and buyers, as well as lifting the east coast town’s profile in the global edible oil map.

APEX is a Singapore-based commodities exchange. It will trade in CPO and RBD Palm Olien Futures delivered through the storage facilities at POIC Lahad Datu.

Mohd Shafie said one of the immediate benefits to Sabah would be in the reduction of the so-called ‘Sabah discount’ on Sabah CPO by APEX from US$20-US$30 to US$10.

The chief minister also predicted a wider role for Sabah in the palm oil sector due to its proximity to China and India, Malaysia’s two palm oil importing countries.

At the event, Mohd Shafie also witnessed the signing of service agreement between Sabah POIC chief executive officer (CEO) Datuk Dr Pang Teck Wei and APEX founder cum CEO Eugene Zhu.

Source: BERNAMA (News Agency)

Wegmans Holdings to benefit from exchange rate, US-China trade war

KUALA LUMPUR, Home furniture manufacturer Wegmans Holdings Bhd is optimistic of its outlook prospects, underpinned by favourable foreign exchange movement and opportunities arising from the US-China trade tensions.

Managing director Keh Wee Kiet said over the long-term, the group is positive that its efforts in penetrating into new market segments will continue to bear fruit and reflect in its future financial performance.

“The export markets remain as the key growth driver for us, especially the US market where we received an influx of sales orders.

The on-going US-China trade war has provided us a lot of business opportunities as we received higher enquiries and sales leads from American customers who are looking to shift their orders to Southeast Asia, he said in a statement in conjunction with its second Annual General Meeting (AGM) here today.

Keh said revenue from the US market grew strongly in the financial year 2018, jumping 33 per cent year-on-year from 21 per cent a year ago, overtaking the Japanese market as its primary revenue contributor.

We believe the favourable demand trend will prevail in 2019, as more buyers are switching their sourcing destination, he said.

The ACE-listed company also ventured into the Original Brand Manufacturing business with new collections of home furniture products under its own Collino Designs brand.

Keh said the new business was part of its strategy to spur demand and further penetrate the furniture market in China.

The concept of Collino Designs differs from the Original Design Manufacturing as the former focuses on thematic approach instead of the mix-and-match approach.

He said the group is currently expanding its production facility in Muar, equipping it with new and upgraded machineries to cater to the growing demand.

At the AGM, the shareholders approved the final single-tier dividend of 0.5 sen per share, amounting to RM2.5 million, for the financial year ended Dec 31, 2018.

Source: BERNAMA (News Agency)